2npunmai

พันธุ์ไผ่ลืมแล้ง กิมชุง

ไผ่ลืมแล้งหรือไผ่ตงลืมแล้งออกหน่อได้ดีในหน้าแล้ง รสชาดอร่อย ขายได้ราคา เกษตรจึงนิยมปลูกเพื่อขายหน่อไม้ ใช้เวลาปลูกเพียง 8 -10 เดือนก็สามารถเก็บหน่อขายได้
Closed up of asian bamboo wood forest, natural background. Green bamboo texture

สายพันธุ์ไผ่ลืมแล้งที่นิยมปลูกได้แก่

Play Video

ข้อมูลพันธุ์ไผ่

ไผ่เป็นไม้อเนกประสงค์สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่เหง้า กอ หน่อ ใบ กาบ เมล็ด กิ่ง แขนง และลำต้น คนไทยมีความใกล้ชิดกับไผ่ตั้งแต่เกิด กิน ใช้ และที่อยู่อาศัย ตลอดจนมีความเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของไทยมายาวนาน ทุกวันนี้ไผ่มีบทบาทสำคัญในทางการค้ามากขึ้น

ปัจจัยจำเป็นที่ต้องใช้

1. พันธุ์ไผ่ตง

ไผ่ตง สามารถจำแนกเป็นพันธุ์ต่าง ๆ ได้ 5 พันธุ์ ด้วยกันคือ “พันธุ์ไผ่ตงดำหรือพันธุ์ไผ่ตงจีน” เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากที่สุดเนื่องจาก มีรสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภคและตลาดมีความต้องการมาก ให้ ผลผลิตสูง และเป็นพันธุ์ที่นิยมนำมาใช้เป็นตงหมก (ไผ่ตงหวาน) ซึ่ง จะขายได้ราคาสูงกว่าไผ่ตงธรรมดาที่ไม่ได้หมักถึง 2 เท่าตัว

“พันธุ์ไผ่ตงหม้อหรือพันธุ์ไผ่ตงใหญ่” เป็นพันธุ์ที่มีต้นขนาดใหญ่และมีการ แตกกิ่งแขนงน้อย ทำให้การขยายพันธุ์เป็นไปได้น้อยและช้า การออก หน่อไม่ดก เพราะออกเฉพาะช่วงกลางฤดูฝน และช่วยเวลาที่ออก หน่อสั้นมากกว่าพันธุ์อื่น ๆ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมปลูกมากนัก

“พันธุ์ไผ่ตงเขียว” เป็นไผ่ขนาดกลาง และสามารถทนความแห้งแล้งได้ดี ให้ผลผลิตสูง มีช่วงการออกหน่อกว้างกว่าพันธุ์อื่น คือ จะ ออกหน่อถึง 2 ช่วง คือ ต้นฤดูฝนและระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีไผ่ตงออกสู่ตลาดน้อย ทำให้ขายได้ราคาสูง แม้คุณภาพ จะด้อยกว่าไผ่ตงดำ

“พันธุ์ไผ่ตงไต้หวันชนิดใหญ่” หรือมีเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “มาจู” และ ไผ่ตงไต้หวันชนิดเล็ก หรือ”ลิ่วจู” ซึ่งหน่อของไผ่ตงทั้ง 2 ชนิดนี้ สามารถ รับประทานดิบๆ ได้เพราะมีรสหวานกรอบ และเนื้อละเอียด หมายเหตุ การปลูกไผ่ตง พันธุ์ไต้หวัน เช่น ไผ่มาจูจะต้องมี การกลบดินสูงประมาณ 30-40 ซม. ในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. ก่อนที่จะ แทงหน่อ เพราะหากหน่อถูกแสงแดดกาบจะเป็นสีเขียว มีรสขมและ ไม่สามารถรับประทานได้

2. ดิน

ไผ่ตงจะขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำที่ดี ไม่ ชอบสภาพดินปลูกที่มีน้ำท่วมขัง เพราะถ้าโดนน้ำท่วมขังจะทำให้ราก หน่อ และเหง้าเน่าตายได้ง่าย และดินที่เหมาะกับการปลูกควรเป็น ดินกรดหรือดินเปรี้ยว

หมายเหตุ ถ้าจะปลูกในบริเวณที่ลุ่มมีน้ำท่วมถึงควรทำการ ยกร่องให้สูงพ้นน้ำ

3. ภูมิอากาศ

ไผ่ตงเป็นพืชที่ทนความแล้งได้ดี พื้นที่ที่มี ปริมาณน้ำตั้งแต่ 1,100 มิลลิเมตรขึ้นไป ก็สามารถปลูกได้

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. การเตรียมดิน

ควรทำในช่วงก่อนฤดูฝน โดยกำจัดวัชพืชออกจาก แปลงปลูกให้หมด ไถพรวนดิน 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ไถดะตากดินไว้ ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงไถพรวนอีกครั้งให้ดินย่อยละเอียด

2. ระยะปลูก

ระยะปลูกของไผ่ตง ควรคำนึงถึงเรื่องพันธุ์และสภาพดิน เป็นหลัก ดังนี้

  1. ไผ่ตงหม้อหรือตงใหญ่ ต้องใช้ระยะปลูกกว้างกว่าพันธุ์อื่น ระยะที่เหมาะสมคือ 8 x 8 เมตร ไร่หนึ่งปลูกได้ 25 ต้น
  2. ไผ่ตงดำ ระยะปลูกในพื้นที่ดินดี มีธาตุอาหารพืชสมบูรณ์ ระยะปลูกควรเป็น 8 x 8 เมตร ไร่หนึ่งปลูกได้ 25 ต้น แต่ในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปากกลาง หรือ ต่ำ อาจใช้ระยะ 6 x 6 เมตร ซึ่งต้องมีการปฏิบัติดูแลรักษาอย่างดี โดยการตัดแต่งกอ และให้ปุ๋ย อย่างถูกวิธี
  3. ไผ่ตงเขียว ระยะปลูกควรเป็น 8 x 8 เมตร หรือ 6 x 8 เมตร สามารถปลูกได้ 35-45 ต้นต่อไร่หมายเหตุ ถ้าในสภาพที่ดิน ไม่ดีนัก ฝนตกไม่สม่ำเสมอ ควรปลูกเฉพาะไผ่ตงเขียวเพราะเป็นพันธุ์ ที่ทนแล้งได้ดีกว่าไผ่ตงดำ

3. วิธีปลูก

ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน เนื่องจากดินจะมีความชุ่มชื้นอยู่ เสมอ โดยการปลูกจะวางกิ่งให้เอียง 45 องศากับพื้นดิน จำทำให้ไผ่ตง แทงหน่อได้เร็วกว่าการปลูกโดยไม่เอียงกิ่งพันธุ์

การใส่ปุ๋ย

จากการวิจัย พบว่า ไผ่ เป็นพืชที่มีการตอบสนองต่อปุ๋ยดีมาก โดยเฉพาะธาตุไนโตรเจน เนื่องจากมีส่วนช่วยการเจริญเติบโตของ กิ่ง ก้าน ใบ และระบบราก ได้แก่ ปุ๋ย สูตร 46-0-0 หรือ สูตร 21-0-0 เป็นแหล่งไนโตรเจนที่เพียงพอสำหรับไผ่ หรือปุ๋ยอินทรีย์แบบน้ำที่หมักจากเศษปลา

ไผ่ต้องการไนโตรเจนมากช่วงของการให้ผลผลิต เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ช่วงมีการแต่งกอ ประมาณ 20-30 กรัม/กอ และทุกเดือนในช่วงที่ไม่แตกหน่อ การที่ไผ่ได้รับไนโตรเจนอย่างเพียงพอ จะทำให้ผลผลิตดี ต้นไม่โทรม

หมายเหตุ ในการปลูกปีแรก – ปีที่ 3 ควรปลูกพืช แซม เช่น พริก มะเขือ ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมรายได้แล้วยังช่วยเพิ่มธาตุอาหาร แก่ดินอีกด้วย

การเก็บเกี่ยว

ไผ่ตงที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป สามารถตัดหน่อออกขายได้ โดยสามารถ ตัดหน่อออกขายได้ทุก 4-5 วัน นิยมตัดหน่อในตอนเช้า เนื่องจากจะ ได้หน่อที่สุด และมีรสชาติหวาน

ตลาด และ ผลตอบแทน

ในการจำหน่ายหน่อไม้ไผ่ตงสด เกษตรกรจะจำหน่ายให้แก่ พ่อค้าคนกลางจากปากคลองตลาดส่วนหนึ่งและโรงงานหน่อไม้อัด ปั๊บส่วนหนึ่ง โดยในระยะต้นฤดูและปลายฤดู คือ ช่วงมิถุนายนถึง กรกฎาคม และสิงหาคมถึง พฤศจิกายน เป็นช่วงที่มีหน่อไม้ออกสู่ ตลาดน้อย และมีราคาดี อาจมีราคากิโลกรัมละ 10-15 บาท ผลผลิต ส่วนใหญ่จะขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะเสียค่าขนส่งเองเพื่อนำ ไปจำหน่ายให้ผู้บริโภคต่อไป แต่ในระยะที่ไผ่ตงมีหน่อออกสู่ตลาดมาก ประมาณเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมราคาจะต่ำลง บางครั้งราคากิโลกรัมละ 1.00 – 1.50 บาทในช่วงนี้เกษตรกรจะจำหน่ายให้กับ โรงงานผลิตหน่อไม้ตงอัดบีบ เพื่อจำหน่ายในประเทศ แต่ละกอมีผลผลิต ประมาณ 30-40 หน่อ และมีน้ำหนักประมาณ 45-80 กิโลกรัม หรือ ใน 1 ไร่ จะมีผลผลิตเป็นน้ำหนักประมาณ 1,125-2,000 กิโลกรัม

พันธุ์สะเดาทวาย

สะเดาทวาย ผักที่นิยมทานขมนิดๆมันหน่อยๆ อร่อยมาก จะต่างจากสะเดาปกติคือออกนอกฤดูจึงมีราคาแพง ปลูกเพียง 2 ปี สามารถเก็บดอกขายได้ ปลูกง่าย โตเร็ว ขายดี ขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด เมื่อนำไปปลูกจึงแข็งแรง ขึ้นได้ทุกสภาพดิน

ข้อมูลพันธุ์สะเดา

สายพันธุ์สะเดาทวายที่นิมยมปลูกได้แก่

สะเดาทะวาย เป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนแล้ง ยิ่งแล้งยิ่งออกดอกดี ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกคือช่วงต้นฤดูฝน พอผ่านฤดูฝนจะทำให้รากแข็งแรง รากเดินเร็ว ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับศัตรูพืช ใบและเมล็ดสะเดามีสารอะซาไดแรคติน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารฆ่าแมลง ในส่วนของการเตรียมดิน เตรียมดินเหมือนปลูกพืชทั่วไป ไถเตรียมแปลง แล้ววัดระยะหลุม 4 * 4 เมตร แล้วจึงเอาพันธุ์สะเดาทะวายลงปลูก ลักษณะดินที่เหมาะสมกับการปลูก เป็นดินที่น้ำไม่ท่วมขัง น้ำไม่แฉะมาก เติบโตได้ดีในดินลูกรัง

ให้ปุ๋ยปีละครั้งหรือสองครั้งก็ได้ ตามที่เจ้าของสะดวก เป็นปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือใส่ปุ๋ยเคมี หรือน้ำหมักฉีดทางใบก็ได้ทุกช่องทางความสะดวก สะเดาเป็นพืชทนแล้ง มีน้ำจากหน้าฝนแค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว แต่สำหรับท่านที่มีระบบชลประทานเข้าถึง อยากทำให้ออกดอกตลอดทั้งปี แนะให้ทำระบบน้ำ เราจะสามารถบังคับการปลูกได้

ระยะเวลาการปลูกและระยะการออกดอก หากปลูกแบบเสียบยอดใช้เวลาสองปีครึ่งถึงสามปี กิ่งตอนให้ดอก 1 ปี และถ้าเป็นกิ่งใหญ่สูงประมาณ 1.50 เมตร ไม่กี่เดือนก็ให้ผลผลิตได้เก็บกินแล้ว การออกดอกของสะเดาโดยทั่วไป 1 ปี จะออก 1 ครั้ง แต่สะเดามันทะวายยอดแดง 1 ปี ออกดอกได้ถึงสามครั้ง หรือถ้าใครพอมีกำลังทำระบบน้ำที่ดี สามารถจัดการทำให้ออกดอกได้ทั้งปี

สะเดาทวาย ผักที่นิยมทานขมนิดๆมันหน่อยๆ อร่อยมาก จะต่างจากสะเดาปกติคือออกนอกฤดูจึงมีราคาแพง ไม่นานก็สามารถเก็บดอกขายได้ ปลูกง่าย โตเร็ว ขายดี ขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด เมื่อนำไปปลูกจึงแข็งแรง ขึ้นได้ทุกสภาพดิน

พันธุ์ไผ่ลืมแล้ง กิมชุง

ไผ่ลืมแล้งหรือไผ่ตงลืมแล้งออกหน่อได้ดีในหน้าแล้ง รสชาดอร่อย ขายได้ราคา เกษตรจึงนิยมปลูกเพื่อขายหน่อไม้ ใช้เวลาปลูกเพียง 8 -10 เดือนก็สามารถเก็บหน่อขายได้
Closed up of asian bamboo wood forest, natural background. Green bamboo texture

สายพันธุ์ไผ่ลืมแล้งที่นิยมปลูกได้แก่

Play Video

ข้อมูลพันธุ์ไผ่

ไผ่เป็นไม้อเนกประสงค์สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่เหง้า กอ หน่อ ใบ กาบ เมล็ด กิ่ง แขนง และลำต้น คนไทยมีความใกล้ชิดกับไผ่ตั้งแต่เกิด กิน ใช้ และที่อยู่อาศัย ตลอดจนมีความเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของไทยมายาวนาน ทุกวันนี้ไผ่มีบทบาทสำคัญในทางการค้ามากขึ้น

ปัจจัยจำเป็นที่ต้องใช้

1. พันธุ์ไผ่ตง

ไผ่ตง สามารถจำแนกเป็นพันธุ์ต่าง ๆ ได้ 5 พันธุ์ ด้วยกันคือ “พันธุ์ไผ่ตงดำหรือพันธุ์ไผ่ตงจีน” เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากที่สุดเนื่องจาก มีรสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภคและตลาดมีความต้องการมาก ให้ ผลผลิตสูง และเป็นพันธุ์ที่นิยมนำมาใช้เป็นตงหมก (ไผ่ตงหวาน) ซึ่ง จะขายได้ราคาสูงกว่าไผ่ตงธรรมดาที่ไม่ได้หมักถึง 2 เท่าตัว

“พันธุ์ไผ่ตงหม้อหรือพันธุ์ไผ่ตงใหญ่” เป็นพันธุ์ที่มีต้นขนาดใหญ่และมีการ แตกกิ่งแขนงน้อย ทำให้การขยายพันธุ์เป็นไปได้น้อยและช้า การออก หน่อไม่ดก เพราะออกเฉพาะช่วงกลางฤดูฝน และช่วยเวลาที่ออก หน่อสั้นมากกว่าพันธุ์อื่น ๆ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมปลูกมากนัก

“พันธุ์ไผ่ตงเขียว” เป็นไผ่ขนาดกลาง และสามารถทนความแห้งแล้งได้ดี ให้ผลผลิตสูง มีช่วงการออกหน่อกว้างกว่าพันธุ์อื่น คือ จะ ออกหน่อถึง 2 ช่วง คือ ต้นฤดูฝนและระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีไผ่ตงออกสู่ตลาดน้อย ทำให้ขายได้ราคาสูง แม้คุณภาพ จะด้อยกว่าไผ่ตงดำ

“พันธุ์ไผ่ตงไต้หวันชนิดใหญ่” หรือมีเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “มาจู” และ ไผ่ตงไต้หวันชนิดเล็ก หรือ”ลิ่วจู” ซึ่งหน่อของไผ่ตงทั้ง 2 ชนิดนี้ สามารถ รับประทานดิบๆ ได้เพราะมีรสหวานกรอบ และเนื้อละเอียด หมายเหตุ การปลูกไผ่ตง พันธุ์ไต้หวัน เช่น ไผ่มาจูจะต้องมี การกลบดินสูงประมาณ 30-40 ซม. ในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. ก่อนที่จะ แทงหน่อ เพราะหากหน่อถูกแสงแดดกาบจะเป็นสีเขียว มีรสขมและ ไม่สามารถรับประทานได้

2. ดิน

ไผ่ตงจะขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำที่ดี ไม่ ชอบสภาพดินปลูกที่มีน้ำท่วมขัง เพราะถ้าโดนน้ำท่วมขังจะทำให้ราก หน่อ และเหง้าเน่าตายได้ง่าย และดินที่เหมาะกับการปลูกควรเป็น ดินกรดหรือดินเปรี้ยว

หมายเหตุ ถ้าจะปลูกในบริเวณที่ลุ่มมีน้ำท่วมถึงควรทำการ ยกร่องให้สูงพ้นน้ำ

3. ภูมิอากาศ

ไผ่ตงเป็นพืชที่ทนความแล้งได้ดี พื้นที่ที่มี ปริมาณน้ำตั้งแต่ 1,100 มิลลิเมตรขึ้นไป ก็สามารถปลูกได้

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. การเตรียมดิน

ควรทำในช่วงก่อนฤดูฝน โดยกำจัดวัชพืชออกจาก แปลงปลูกให้หมด ไถพรวนดิน 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ไถดะตากดินไว้ ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงไถพรวนอีกครั้งให้ดินย่อยละเอียด

2. ระยะปลูก

ระยะปลูกของไผ่ตง ควรคำนึงถึงเรื่องพันธุ์และสภาพดิน เป็นหลัก ดังนี้

  1. ไผ่ตงหม้อหรือตงใหญ่ ต้องใช้ระยะปลูกกว้างกว่าพันธุ์อื่น ระยะที่เหมาะสมคือ 8 x 8 เมตร ไร่หนึ่งปลูกได้ 25 ต้น
  2. ไผ่ตงดำ ระยะปลูกในพื้นที่ดินดี มีธาตุอาหารพืชสมบูรณ์ ระยะปลูกควรเป็น 8 x 8 เมตร ไร่หนึ่งปลูกได้ 25 ต้น แต่ในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปากกลาง หรือ ต่ำ อาจใช้ระยะ 6 x 6 เมตร ซึ่งต้องมีการปฏิบัติดูแลรักษาอย่างดี โดยการตัดแต่งกอ และให้ปุ๋ย อย่างถูกวิธี
  3. ไผ่ตงเขียว ระยะปลูกควรเป็น 8 x 8 เมตร หรือ 6 x 8 เมตร สามารถปลูกได้ 35-45 ต้นต่อไร่หมายเหตุ ถ้าในสภาพที่ดิน ไม่ดีนัก ฝนตกไม่สม่ำเสมอ ควรปลูกเฉพาะไผ่ตงเขียวเพราะเป็นพันธุ์ ที่ทนแล้งได้ดีกว่าไผ่ตงดำ

3. วิธีปลูก

ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน เนื่องจากดินจะมีความชุ่มชื้นอยู่ เสมอ โดยการปลูกจะวางกิ่งให้เอียง 45 องศากับพื้นดิน จำทำให้ไผ่ตง แทงหน่อได้เร็วกว่าการปลูกโดยไม่เอียงกิ่งพันธุ์

การใส่ปุ๋ย

จากการวิจัย พบว่า ไผ่ เป็นพืชที่มีการตอบสนองต่อปุ๋ยดีมาก โดยเฉพาะธาตุไนโตรเจน เนื่องจากมีส่วนช่วยการเจริญเติบโตของ กิ่ง ก้าน ใบ และระบบราก ได้แก่ ปุ๋ย สูตร 46-0-0 หรือ สูตร 21-0-0 เป็นแหล่งไนโตรเจนที่เพียงพอสำหรับไผ่ หรือปุ๋ยอินทรีย์แบบน้ำที่หมักจากเศษปลา

ไผ่ต้องการไนโตรเจนมากช่วงของการให้ผลผลิต เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ช่วงมีการแต่งกอ ประมาณ 20-30 กรัม/กอ และทุกเดือนในช่วงที่ไม่แตกหน่อ การที่ไผ่ได้รับไนโตรเจนอย่างเพียงพอ จะทำให้ผลผลิตดี ต้นไม่โทรม

หมายเหตุ ในการปลูกปีแรก – ปีที่ 3 ควรปลูกพืช แซม เช่น พริก มะเขือ ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมรายได้แล้วยังช่วยเพิ่มธาตุอาหาร แก่ดินอีกด้วย

การเก็บเกี่ยว

ไผ่ตงที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป สามารถตัดหน่อออกขายได้ โดยสามารถ ตัดหน่อออกขายได้ทุก 4-5 วัน นิยมตัดหน่อในตอนเช้า เนื่องจากจะ ได้หน่อที่สุด และมีรสชาติหวาน

ตลาด และผลตอบแทน

ในการจำหน่ายหน่อไม้ไผ่ตงสด เกษตรกรจะจำหน่ายให้แก่ พ่อค้าคนกลางจากปากคลองตลาดส่วนหนึ่งและโรงงานหน่อไม้อัด ปั๊บส่วนหนึ่ง โดยในระยะต้นฤดูและปลายฤดู คือ ช่วงมิถุนายนถึง กรกฎาคม และสิงหาคมถึง พฤศจิกายน เป็นช่วงที่มีหน่อไม้ออกสู่ ตลาดน้อย และมีราคาดี อาจมีราคากิโลกรัมละ 10-15 บาท ผลผลิต ส่วนใหญ่จะขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะเสียค่าขนส่งเองเพื่อนำ ไปจำหน่ายให้ผู้บริโภคต่อไป แต่ในระยะที่ไผ่ตงมีหน่อออกสู่ตลาดมาก ประมาณเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมราคาจะต่ำลง บางครั้งราคากิโลกรัมละ 1.00 – 1.50 บาทในช่วงนี้เกษตรกรจะจำหน่ายให้กับ โรงงานผลิตหน่อไม้ตงอัดบีบ เพื่อจำหน่ายในประเทศ แต่ละกอมีผลผลิต ประมาณ 30-40 หน่อ และมีน้ำหนักประมาณ 45-80 กิโลกรัม หรือ ใน 1 ไร่ จะมีผลผลิตเป็นน้ำหนักประมาณ 1,125-2,000 กิโลกรัม

พันธุ์สะเดาทวาย

สะเดาทวาย ผักที่นิยมทานขมนิดๆมันหน่อยๆ อร่อยมาก จะต่างจากสะเดาปกติคือออกนอกฤดูจึงมีราคาแพง ปลูกเพียง 2 ปี สามารถเก็บดอกขายได้ ปลูกง่าย โตเร็ว ขายดี ขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด เมื่อนำไปปลูกจึงแข็งแรง ขึ้นได้ทุกสภาพดิน

ข้อมูลพันธุ์สะเดา

สายพันธุ์สะเดาทวายที่นิมยมปลูกได้แก่

สะเดาทะวาย เป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนแล้ง ยิ่งแล้งยิ่งออกดอกดี ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกคือช่วงต้นฤดูฝน พอผ่านฤดูฝนจะทำให้รากแข็งแรง รากเดินเร็ว ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับศัตรูพืช ใบและเมล็ดสะเดามีสารอะซาไดแรคติน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารฆ่าแมลง ในส่วนของการเตรียมดิน เตรียมดินเหมือนปลูกพืชทั่วไป ไถเตรียมแปลง แล้ววัดระยะหลุม 4 * 4 เมตร แล้วจึงเอาพันธุ์สะเดาทะวายลงปลูก ลักษณะดินที่เหมาะสมกับการปลูก เป็นดินที่น้ำไม่ท่วมขัง น้ำไม่แฉะมาก เติบโตได้ดีในดินลูกรัง

ให้ปุ๋ยปีละครั้งหรือสองครั้งก็ได้ ตามที่เจ้าของสะดวก เป็นปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือใส่ปุ๋ยเคมี หรือน้ำหมักฉีดทางใบก็ได้ทุกช่องทางความสะดวก สะเดาเป็นพืชทนแล้ง มีน้ำจากหน้าฝนแค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว แต่สำหรับท่านที่มีระบบชลประทานเข้าถึง อยากทำให้ออกดอกตลอดทั้งปี แนะให้ทำระบบน้ำ เราจะสามารถบังคับการปลูกได้

ระยะเวลาการปลูกและระยะการออกดอก หากปลูกแบบเสียบยอดใช้เวลาสองปีครึ่งถึงสามปี กิ่งตอนให้ดอก 1 ปี และถ้าเป็นกิ่งใหญ่สูงประมาณ 1.50 เมตร ไม่กี่เดือนก็ให้ผลผลิตได้เก็บกินแล้ว การออกดอกของสะเดาโดยทั่วไป 1 ปี จะออก 1 ครั้ง แต่สะเดามันทะวายยอดแดง 1 ปี ออกดอกได้ถึงสามครั้ง หรือถ้าใครพอมีกำลังทำระบบน้ำที่ดี สามารถจัดการทำให้ออกดอกได้ทั้งปี

สะเดาทวาย ผักที่นิยมทานขมนิดๆมันหน่อยๆ อร่อยมาก จะต่างจากสะเดาปกติคือออกนอกฤดูจึงมีราคาแพง ไม่นานก็สามารถเก็บดอกขายได้ ปลูกง่าย โตเร็ว ขายดี ขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด เมื่อนำไปปลูกจึงแข็งแรง ขึ้นได้ทุกสภาพดิน