2npunmai

พันธุ์กล้วยปากช่อง (50 ) กล้วยหอม กล้วยไข่ 10 บาท

ปลูกกล้วยต้องเลือกพันธุ์กล้วยให้เหมาะสมกับพื้นที่ สภาพอากาศ กล้วยปลูกง่ายใช้เวลา 10-12 เดือนสามารถตัดเครือขายได้
Bananas

สายพันธุ์กล้วยที่นิยมปลูกในประเทศไทยไดัแก่

Play Video about Green bananas background

ข้อมูลพันธุ์กล้วย

กล้วยเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้น เหมาะกับการปลูกในประเทศไทย ถ้าหากอุณหภูมิโดยสภาพอากาศต่ำกว่า 14 องศาเซลเซียส อาจทำให้กล้วยชะงักการเจริญเติบโต หรือมีการเจริญเติบโตที่ช้าลงได้ รวมทั้งอาจจะมีการติดผลที่ช้าอีด้วย ต้นพันธุ์กล้วยจะไม่ทนต่อลมเพราะกล้วยเป็นพืชที่มีแผนใบที่ใหญ่ หากโดนลมมากๆใบกล้วยจะแตก และหากแตกมากจนเป็นฝอยอาจมีผลต่อการสังเคราะห์อาหารทำให้ต้นพันธุ์กล้วย ไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ดังนั้นพื้นที่ที่มีลมมากควรปลูกต้นไม้ชนิดอื่นที่สามารถทำเป็นแนวกั้นลมให้กับต้นพันธุ์กล้วยด้วย ในส่วนของดินที่เหมาะสมกับการปลูกกล้วยคือ ดินตะกอนธารน้ำ ซึ่งเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำ และทำให้อากาศในดินหมุนเวียนได้ดี ถ้าเป็นดินเหนียวควรผสมปุ๋ยคอกจะทำให้ดินร่วนโปร่งมากขึ้น ในส่วนของระยะในการปลูกกล้วย หากเราปลูกในระยะที่ใกล้กันจนมากไป จะทำให้ใบเกยหรือซ้อนกันได้ มีผลทำให้ได้รับแสงแดดไม่เพียงพออาจทำให้เกิดการดูแลที่ลำบาก การปลูกกล้วยควรคำนึงความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการของผู้ที่ปลูกเองว่าต้องการเก็บเกี่ยวผลผลิตมากน้อยหือถี่เพียงใด ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับระยะห่างของต้น เพื่อเว้นพื้นที่ไว้สำหรับการแตกหน่อ

การปลูกกล้วยอันดับแรกคือการขุดหลุมให้มีขนาดความ กว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้ว ให้สูงขึ้นมาประมาณ 20 เซนติเมตร คลุกเคล้าปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักกับดินชั้นบนที่ใส่ลงไป แล้วจึงเอาหน่อกล้วยที่เตรียมไว้ วางที่ตรงกลางหลุม เอาดินล่างกลบ รดน้ำ และกดดินให้แน่น ยอดของหน่อควรสูงกว่าระดับดินประมาณ 10 เซนติเมตร ควรหันรอยแผลของหน่อให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน เพราะเมื่อโตเต็มที่และติดผล ผลจะเกิดในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับรอยแผล และอยู่ในทิศทางเดียวกัน เพื่อสะดวกในการทำงาน

การให้ปุ๋ย กล้วยเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารมาก การติดผลจะขึ้นอยู่กับอาหารและน้ำที่ต้นกล้วยได้รับ แนะนำในช่วง 2 เดือนแรกควรให้ปุ๋ยชนิดที่มีไนโตรเจนมากครั้ง และเดือนที่ 3 และ 4 ให้ปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 ต้นละ 1/2 กิโลกรัม ส่วนในเดือนที่ 5 และ 6 ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13 – 13 – 21 ต้นละ 1/2 กิโลกรัม โดยประมาณ

กล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่ายใช้เวลาในการให้ผลผลิต 10-12 เดือน ก็สามารถตัดเครือขายได้แล้วสายพันธุ์กล้วยที่นิยมปลูกในประเทศไทยได้แก่ พันธุ์กล้วยน้ำว้า เช่น น้ำว้าปากช่อง (50) น้ำว้ามะลิอ่อง พันธุ์กล้วยหอมทอง พันธุ์กล้วยไข่ พันธุ์กล้วยตานี

พันธุ์มะเดือฝรั่ง

มะเดื่อฝรั่งปลูก โตเร็ว ทนร้อน ทนแล้ง รสชาดหวานหอมอร่อย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปลูกเพียง 1 ปีสามารถเก็บลูกทานได้

สายพันธุ์มะเดื่อฝรั่งที่นิยมปลูกได้แก่

ข้อมูลพันธุ์มะเดื่อฝรั่ง

มะเดื่อฝรั่งปลูก โตเร็ว ทนร้อน ทนแล้ง รสชาติหวานหอมอร่อย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปลูกเพียง 1 ปีสามารถเก็บลูกทานได้โดยทั่วไปมะเดื่อฝรั่งสามารถเจริญเติบโตได้ที่ในพื้นที่เขตร้อน มะเดื่อฝรั่งชอบทั้งอากาศที่ร้อนชื้นและสภาพอากาศที่ร้อนแห้ง เช่นภาคเหนือ ภาคอีสานก็สามารถปลูกได้ ในฤดูฝนจะทำให้ผลของมะเดื่อฝรั่งแตกได้ สามารถแก้ไขได้โดยการห่อผล หรือปลูกในโรงเรือน และใช้วิธีการให้น้ำที่เหมาะสมมะเดื่อฝรั่งนั้น จะออกลูกทั้งปี สุกไล่เลี่ยกัน แต่เดือนที่ให้ผลมากก็เดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน และอีกช่วงก็เดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน นอกจากนั้น ก็จะทยอยให้ผลผลิต จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยแห่งธรรมชาติเป็นใจด้วย สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวน อาจจะทำให้การออกลูกคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ก็ให้ลูกดกเหมือนเดิมเพียงแต่การดูแลเรื่องของสิ่งแวดล้อม เช่น วัชพืช และการควบคุมการให้น้ำ และใส่ปุ๋ยคอกบำรุงดินอย่างสม่ำเสมอ ก็จะมีลูกมะเดื่อให้กินตลอดทั้งปี มะเดื่อฝรั่งสามารถปลูกในดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินเหนียวก็ปลูกได้ แต่อย่าขุดลึกลงไปมาก ให้มีความลึก ประมาณไม่เกิน 30 เซนติเมตร การขุดดินเพื่อปลูกมะเดื่อฝรั่งในความลึกเพียงพอกับลักษณะดินของแต่ละพื้นที่ เพื่อการระบายน้ำและอาหาร ค่าความเป็นกรดและด่างของดิน หรือ ค่า pH ควรอยู่ระหว่าง 6.0 และ 6.5

การปลูก…เริ่มขุดหลุมกว้าง 30 ชม. ลึก 30 ชม. ระยะห่างจากการปลูก 2×2 เมตร ใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุม 1 กก. ผสมกับดินก้นหลุม แล้วจึงนำพันธุ์มะเดื่อฝรั่งลงปลูก ระยะ 1-7 แรกต้องรดน้ำทุกวัน บริเวณโคนต้นให้คลุมด้วยฟางก็ดี จะช่วยเก็บความชื้น ประหยัดทรัพยากรน้ำไปได้บ้าง ทุก 15 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เท่านั้น ตลอดอายุการเก็บเกี่ยว สายพันธุ์มะเดื่อฝรั่งที่นิยมปลูกได้แก่ มะเดื่อฝรั่งพันธุ์ญี่ปุ่น หรือ BTM6 มะเดื่อฝรั่งพันธุดอร์ฟิน มะเดื่อฝรั่งพันธุ์คอนนาเดรีย มะเดื่อฝรั่งพันธุ์อิรักกี้ มะเดื่อฝรั่งพันธุ์ราวน์ตุรกี มะเดื่อฝรั่งพันธุ์ออสเตเรีย

***ราคากิ่งพันธุ์ เริ่มต้น 50 เมตร แต่ทางสวนเรานำให้ซื้อพันธุ์มะเดื่อฝรั่งแบบชำให้แล้ว

พันธุ์กล้วยปากช่อง (50 ) กล้วยหอม กล้วยไข่ 10 บาท

ปลูกกล้วยต้องเลือกพันธุ์กล้วยให้เหมาะสมกับพื้นที่ สภาพอากาศ กล้วยปลูกง่ายใช้เวลา 10-12 เดือนสามารถตัดเครือขายได้
Bananas

สายพันธุ์กล้วยที่นิยมปลูกในประเทศไทยไดัแก่

Play Video about Green bananas background

ข้อมูลพันธุ์กล้วย

กล้วยเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้น เหมาะกับการปลูกในประเทศไทย ถ้าหากอุณหภูมิโดยสภาพอากาศต่ำกว่า 14 องศาเซลเซียส อาจทำให้กล้วยชะงักการเจริญเติบโต หรือมีการเจริญเติบโตที่ช้าลงได้ รวมทั้งอาจจะมีการติดผลที่ช้าอีด้วย ต้นพันธุ์กล้วยจะไม่ทนต่อลมเพราะกล้วยเป็นพืชที่มีแผนใบที่ใหญ่ หากโดนลมมากๆใบกล้วยจะแตก และหากแตกมากจนเป็นฝอยอาจมีผลต่อการสังเคราะห์อาหารทำให้ต้นพันธุ์กล้วย ไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ดังนั้นพื้นที่ที่มีลมมากควรปลูกต้นไม้ชนิดอื่นที่สามารถทำเป็นแนวกั้นลมให้กับต้นพันธุ์กล้วยด้วย ในส่วนของดินที่เหมาะสมกับการปลูกกล้วยคือ ดินตะกอนธารน้ำ ซึ่งเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำ และทำให้อากาศในดินหมุนเวียนได้ดี ถ้าเป็นดินเหนียวควรผสมปุ๋ยคอกจะทำให้ดินร่วนโปร่งมากขึ้น ในส่วนของระยะในการปลูกกล้วย หากเราปลูกในระยะที่ใกล้กันจนมากไป จะทำให้ใบเกยหรือซ้อนกันได้ มีผลทำให้ได้รับแสงแดดไม่เพียงพออาจทำให้เกิดการดูแลที่ลำบาก การปลูกกล้วยควรคำนึงความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการของผู้ที่ปลูกเองว่าต้องการเก็บเกี่ยวผลผลิตมากน้อยหือถี่เพียงใด ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับระยะห่างของต้น เพื่อเว้นพื้นที่ไว้สำหรับการแตกหน่อ

การปลูกกล้วยอันดับแรกคือการขุดหลุมให้มีขนาดความ กว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้ว ให้สูงขึ้นมาประมาณ 20 เซนติเมตร คลุกเคล้าปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักกับดินชั้นบนที่ใส่ลงไป แล้วจึงเอาหน่อกล้วยที่เตรียมไว้ วางที่ตรงกลางหลุม เอาดินล่างกลบ รดน้ำ และกดดินให้แน่น ยอดของหน่อควรสูงกว่าระดับดินประมาณ 10 เซนติเมตร ควรหันรอยแผลของหน่อให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน เพราะเมื่อโตเต็มที่และติดผล ผลจะเกิดในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับรอยแผล และอยู่ในทิศทางเดียวกัน เพื่อสะดวกในการทำงาน

การให้ปุ๋ย กล้วยเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารมาก การติดผลจะขึ้นอยู่กับอาหารและน้ำที่ต้นกล้วยได้รับ แนะนำในช่วง 2 เดือนแรกควรให้ปุ๋ยชนิดที่มีไนโตรเจนมากครั้ง และเดือนที่ 3 และ 4 ให้ปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 ต้นละ 1/2 กิโลกรัม ส่วนในเดือนที่ 5 และ 6 ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13 – 13 – 21 ต้นละ 1/2 กิโลกรัม โดยประมาณ

กล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่ายใช้เวลาในการให้ผลผลิต 10-12 เดือน ก็สามารถตัดเครือขายได้แล้วสายพันธุ์กล้วยที่นิยมปลูกในประเทศไทยได้แก่ พันธุ์กล้วยน้ำว้า เช่น น้ำว้าปากช่อง (50) น้ำว้ามะลิอ่อง พันธุ์กล้วยหอมทอง พันธุ์กล้วยไข่ พันธุ์กล้วยตานี

Fig tree sprouts and green figs in spring sunny weather

พันธุ์มะเดือฝรั่ง

มะเดื่อฝรั่งปลูก โตเร็ว ทนร้อน ทนแล้ง รสชาดหวานหอมอร่อย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปลูกเพียง 1 ปีสามารถเก็บลูกทานได้

สายพันธุ์มะเดื่อฝรั่งที่นิยมปลูกได้แก่

ข้อมูลพันธุ์มะเดื่อฝรั่ง

มะเดื่อฝรั่งปลูก โตเร็ว ทนร้อน ทนแล้ง รสชาติหวานหอมอร่อย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปลูกเพียง 1 ปีสามารถเก็บลูกทานได้โดยทั่วไปมะเดื่อฝรั่งสามารถเจริญเติบโตได้ที่ในพื้นที่เขตร้อน มะเดื่อฝรั่งชอบทั้งอากาศที่ร้อนชื้นและสภาพอากาศที่ร้อนแห้ง เช่นภาคเหนือ ภาคอีสานก็สามารถปลูกได้ ในฤดูฝนจะทำให้ผลของมะเดื่อฝรั่งแตกได้ สามารถแก้ไขได้โดยการห่อผล หรือปลูกในโรงเรือน และใช้วิธีการให้น้ำที่เหมาะสมมะเดื่อฝรั่งนั้น จะออกลูกทั้งปี สุกไล่เลี่ยกัน แต่เดือนที่ให้ผลมากก็เดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน และอีกช่วงก็เดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน นอกจากนั้น ก็จะทยอยให้ผลผลิต จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยแห่งธรรมชาติเป็นใจด้วย สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวน อาจจะทำให้การออกลูกคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ก็ให้ลูกดกเหมือนเดิมเพียงแต่การดูแลเรื่องของสิ่งแวดล้อม เช่น วัชพืช และการควบคุมการให้น้ำ และใส่ปุ๋ยคอกบำรุงดินอย่างสม่ำเสมอ ก็จะมีลูกมะเดื่อให้กินตลอดทั้งปี มะเดื่อฝรั่งสามารถปลูกในดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินเหนียวก็ปลูกได้ แต่อย่าขุดลึกลงไปมาก ให้มีความลึก ประมาณไม่เกิน 30 เซนติเมตร การขุดดินเพื่อปลูกมะเดื่อฝรั่งในความลึกเพียงพอกับลักษณะดินของแต่ละพื้นที่ เพื่อการระบายน้ำและอาหาร ค่าความเป็นกรดและด่างของดิน หรือ ค่า pH ควรอยู่ระหว่าง 6.0 และ 6.5

การปลูก…เริ่มขุดหลุมกว้าง 30 ชม. ลึก 30 ชม. ระยะห่างจากการปลูก 2×2 เมตร ใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุม 1 กก. ผสมกับดินก้นหลุม แล้วจึงนำพันธุ์มะเดื่อฝรั่งลงปลูก ระยะ 1-7 แรกต้องรดน้ำทุกวัน บริเวณโคนต้นให้คลุมด้วยฟางก็ดี จะช่วยเก็บความชื้น ประหยัดทรัพยากรน้ำไปได้บ้าง ทุก 15 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เท่านั้น ตลอดอายุการเก็บเกี่ยว สายพันธุ์มะเดื่อฝรั่งที่นิยมปลูกได้แก่ มะเดื่อฝรั่งพันธุ์ญี่ปุ่น หรือ BTM6 มะเดื่อฝรั่งพันธุดอร์ฟิน มะเดื่อฝรั่งพันธุ์คอนนาเดรีย มะเดื่อฝรั่งพันธุ์อิรักกี้ มะเดื่อฝรั่งพันธุ์ราวน์ตุรกี มะเดื่อฝรั่งพันธุ์ออสเตเรีย

***ราคากิ่งพันธุ์ เริ่มต้น 50 เมตร แต่ทางสวนเรานำให้ซื้อพันธุ์มะเดื่อฝรั่งแบบชำให้แล้ว