2npunmai

สายพันธุ์มะม่วง

ปลูกมะม่วงควรเลือกมะม่วงสายพุนธุ์ดี ตลาดนิยม ขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่งหรือเสียบยอดเนื่องจากมีรากแก้ว ต้นจะแข็งแรง โตเร็ว ติดผลดก อายุยืน ปลูกเพียง 2-3 ปี สามารถเก็บลูกขายได้ มะม่วงปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย

สายพันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูกเป็นการค้าได้แก่

สายพันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูกเป็นการค้าได้แก่

มะม่วง ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ได้ราคาดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในไทยและต่างประเทศ มะม่วงควรปลูกตอนต้นฤดูฝน หรือในประมาณเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม เพื่อให้มะม่วงตั้งตัวได้เร็วขึ้น เนื่องจากในฤดูฝนอากาศมีความชุ่มชื้นดี ทำให้มะม่วงตั้งตัวได้เร็ว และเป็นการสะดวกไม่ต้องรดน้ำในระยะแรก หลังจากที่ได้ปลูกมะม่วงกันไปแล้วก็ควรศึกษาในเรื่อง การดูแลมะม่วง, โรคของมะม่วง, แมลงศัตรูมะม่วง, การเก็บเกี่ยวผลมะม่วงและถ้าจะต่อยอดทางธุรกิจให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

มะม่วง ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ได้ราคาดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในไทยและต่างประเทศ มะม่วงควรปลูกตอนต้นฤดูฝน หรือในประมาณเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม เพื่อให้มะม่วงตั้งตัวได้เร็วขึ้น เนื่องจากในฤดูฝนอากาศมีความชุ่มชื้นดี ทำให้มะม่วงตั้งตัวได้เร็ว และเป็นการสะดวกไม่ต้องรดน้ำในระยะแรก หลังจากที่ได้ปลูกมะม่วงกันไปแล้วก็ควรศึกษาในเรื่อง การดูแลมะม่วง, โรคของมะม่วง, แมลงศัตรูมะม่วง, การเก็บเกี่ยวผลมะม่วงและถ้าจะต่อยอดทางธุรกิจให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

การเลือกต้นพันธุ์มะม่วงมีหลายปัจจัยที่สำคัญการเลือกพันธุ์มะม่วงควรเป็นพันธุ์ที่คัดเลือกจากสวนหรือแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้ ต้นพันธุ์ได้จากการขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ เช่น การทาบกิ่ง การเปลี่ยนยอด เป็นต้น ต้นมีความสูงมากกว่า 60 เซนติเมตร มีระบบรากแข็งแรงไม่ขดหรืองอ ปลูกมะม่วงควรเลือกพันธุ์มะม่วงสายพันธุ์ดี ตลาดนิยม ขยายพันธุ์มะม่วงโดยการทาบกิ่งหรือพันธุ์มะม่วงเสียบยอดเนื่องจากมีรากแก้ว ต้นจะแข็งแรง โตเร็ว ติดผลดก อายุยืน ปลูกเพียง 2-3 ปี สามารถเก็บลูกขายได้ มะม่วงปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย

ขั้นตอนการปลูกมะม่วงไม่ว่าจะปลูกด้วยกิ่งตอน กิ่งทาบ หรือต้นที่เพาะเมล็ดก็ตาม ต้องทำด้วยความระมัดระวัง อย่าให้รากขาดมาก เพราะจะทำให้ต้นชะงักการเติบโตหรือตายได้ เริ่มต้นขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร กรณีพื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำควรขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และใช้วัสดุปรับปรุงดินเพิ่มมากขึ้น วัสดุปรับปรุงดินที่ใช้กับหลุมขนาดปกติ ประกอบด้วยหินฟอสเฟต 0.5 กิโลกรัม ปุ๋ยอินทรีย์ 5-10 กิโลกรัม ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตรา 200-300 กรัม คลุกเคล้ากับดิน นำมะม่วงออกจากถุงแล้วปลูกมะม่วงลงกลาง หลุม ปักหลักยึดต้นกันการโยกคลอน แล้วใช้มีดกรีดเอาพลาสติกบริเวณรอยต่อระหว่างยอดพันธุ์กับต้นตอออก สำหรับในแหล่งปลูกที่มีลมแรงควรปลูกไม้บังลมเป็นแถว หรือเป็นแนวขวางทิศทางลมล่วงหน้าหรือปลูกพร้อมๆ กับ การปลูกมะม่วง เช่น สะเดา หรือไผ่ เป็นต้น มะม่วงมักควรปลูก ต้นฤดูฝนเหมาะสมที่สุด มะม่วงที่ปลูกจะมีการเจริญเติบโต และตั้งตัวได้ก่อนถึงฤดูแล้ง แต่ถ้าหากมีระบบการให้น้ำก็ สามารถปลูกมะม่วงได้ทุกฤดูกาล

Play Video

พันธุ์ทุเรียน

ปลูกทุเรียนต้องใช้พันธุ์ทุเรียนที่คุณภาพดี สายพันธุ์ทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ปลูกทุเรียน 4-5 ปีออกผลผลิต ได้กิน ได้ขาย

พันธุ์ทุเรียนที่นิยมปลูกได้แก่

ข้อมูลพันธุ์ทุเรียน

ทุเรียนที่คุณภาพดี สายพันธุ์ทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ปลูกทุเรียน 3-4 ปีออกผลผลิต ได้กิน ได้ขาย

*** ราคากิ่งพันธุ์ เริ่มต้น 40 บาท กิ่งพันธุ์ทุเรียนทางสวนเราเป็นแบบกิ่งเสียบยอด ความสูง 60-90 ซม. ใช้ตอจากต้นทุเรียนป่าเป็นต้นแม่ วิธีการผลิตกิ่งพันธุ์เริ่มจากการหาเมล็ดจากทุเรียนป่าพันธุ์ดีที่ลูกดก รสชาติหวานหอม กรอบ อร่อย ไม่ฝาด ไม่ชม แล้วนำเมล็ดมาเพาะเพื่อให้เป็นต้นกล้าใช้เวลา 5-6 เดือน พอต้นตอป่าได้ขนาดดีแล้ว จึงทำต้นตอป่าที่ได้มาเสียบยอดกับพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีที่เราต้องซึ่งการ ซึ่งการขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยวิธีนี้ทำให้เราได้ทุเรียนตรงตามสายพันธุ์ทุเรียนที่เราต้องการไม่กลายพันธุ์เหมือนการปลูกทุเรียนด้วยการเพาะเมล็ด ต้นทนต่อต่อโรค ใช้เวลา 3-4 ปี เท่านั้นก็สามารถเก็บลูกทุเรียนขายได้ ปลูกทุเรียนด้วยกิ่งเสียบยอดต้นตอเป็นทุเรียนป่าในการปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บลูกขายได้ 40-50 ปี โดยที่ผู้ปลูกพุทราไม่ต้องเสียเงินซื้อพันธุ์ทุเรียนมาปลูกใหม่ เรียกได้ว่าการปลูกพุทราเพียงครั้งเดียวสามารถยกเป็นมรดกให้ลูกให้หลานได้กันเลยทีเดียว หากรู้แล้วว่าการปลูกทุเรียนดีขนาดนี้แล้ว เรามารู้จักกับสายพันธุ์ทุเรียนกันเลย

วิธีปลูกทุเรียน

วันนี้ทางสวนเราจะมาแนะนำการปลูกทุเรียนแบบง่ายๆ แต่ได้ผลผลิตดี ให้ทุกท่านได้ทราบ เริ่มการวิเคราะห์พื้นที่ ที่จะปลูก ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทุกทานทราบก่อนว่าทุเรียนโตได้ดีในทุกสภาพดินชอบแบบอากาศแล้งๆ แต่ต้องมีน้ำรดต้นพันธุ์ทุเรียนในช่วงปลูกแรกๆ แต่การปลูกทุเรียนนั้นต้องปลูกในพื้นที่ที่น้ำไม่ขัง เริ่มจากการไถพรวนหน้าดินหรือไถกลบหญ้า แล้วไถยกร่องขึ้นสูงประมาณหัวเข่า ให้ระยะห่างแถว 6 เมตร ห่างต้น 6 เมตร หรือ พูดง่ายๆ คือปลูกแบบ 6 x 6 เมตร นั้นเอง แล้วขุดหลุมไม่ต้องใหญ่มาก เอากว้าง 20 ซม. ลึก 20 ซม. ปลูกตื้นๆเสมอแค่ปากถุง อย่าพึ่งใส่ปุ๋ยเดี๋ยวดินจะเค็มเกินทำให้ต้นพันธุ์ทุเรียนที่ปลูกอาจจะตายได้ จากนั้นนำพันธุ์ทุเรียนที่เราเตรียมไว้แล้วลงปลูกก่อนเอาต้นพันธุ์ทุเรียนลงหลุมให้เราสังเกตดูว่ามีแขนงจากต้นทุเรียนป่าที่เป็นต้นแม่โผล่ขึ้นมาหรือไม่ หากมีต้องตัดทิ้งก่อนที่จะนำพันธุ์ทุเรียนลงหลุมปลูก

ในช่วง 1-7 วันแรกผู้ปลูกทุเรียนต้องรดน้ำทุกวันเพื่อให้รากเดินดี หลังจากนั้นสามารถรดน้ำวันเว้นวันก็ได้ พอทุเรียนเริ่มโตเรา ทุก 30 วัน จะใส่ปุ๋ยสูตรสูตรเสมอ ใช้สูตร 15 15 15 หรือ 16 16 16 ก็ได้ หว่านไปรอบๆโคนต้น แนะนำให้ห่างจากโคลนต้นออกมาสัก 30 ชม ห้ามใส่ปุ๋ยโดยวางไว้ตรงโคลนต้นเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ต้นพันธุ์ทุเรียนที่ปลูกตายได้ หลังจากปลูกพุทราได้ 3 ปี ต้นจะโตสูงประมาน 4-5 เมตร เริ่มติดดอก ในระยะนี้เราต้องใส่ปุ๋ยให้มากขึ้นกว่าปกติ สามารถหว่านรอบทรงพุ่ม 3-4 กำมือได้เลย จะเริ่มติดลูก ในระยะนี้เราควรฉีดพ่นยาเพื่อกำจัดแมลงวันทอง เช่น ไซเปอร์เมททิน ทุก 15 วัน อัตราส่วน น้ำ 20 ลิตร ต่อยา 30 ชีชี หากเรามีฮอร์โมนหรือปุ๋ยทางใบสามารถผสมเพื่อฉีดพ่นไปพร้อมๆกันได้เลย เราจะจะทำแบบนี้ตลอดการเก็บลูก ซึ่งเราจะทำแบบตลอดฤดูกาลเก็บลูก ซึ่งปกติพุทราจะเก็บได้ 5 เดือน คือตั้งแต่เดือน เมย. ไปจนถึงต้นเดือน ตค. ลูกที่เก็บได้นั้นต้องแก่จัด วันนี้ทางสวนเรา มีวิธีเพิ่มผลผลิตโดยละเอียดมาฝาก คือ

หลักการสำคัญคือการจัดการให้ผลอ่อน มีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการชะงัก หรือชะลอการพัฒนาอันเนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ เช่น การส่งธาตุอาหารในรูปของสารประกอบคาร์โบไฮเดรตจากแหล่งผลิตในต้นไปเลี้ยงผลอ่อนไม่เพียงพอ การขาดน้ำ หรือสาเหตุอื่นๆ โดยใช้วิธีการดังต่อไปนี้

การตัดแต่งผล ต้องทำอย่างน้อย 3 ครั้ง เริ่มจากตัดแต่งผลอ่อนที่มีรูปทรงบิดเบี้ยว ขนาดเล็ก หรือต่างรุ่นออก เหลือแต่ผลอ่อนที่มีลักษณะรูปทรงสมบูรณ์ ขั้วผล ใหญ่ การตัดแต่งผลอ่อนครั้งแรก ต้องทำให้ เสร็จภายในสัปดาห์ที่ หลังดอกบาน 4โดยปริมาณผลที่เก็บไว้ควรมีมากกว่าจำนวนผลที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณร้อยละ 20

การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยให้เหมาะสมสอดคล้องกับช่วงพัฒนาการของผลจะช่วยเพิ่ม ผลผลิตและเพิ่มคุณภาพได้ ช่วงแรกใส่ปุ๋ยสูตร 12-12-17+2 เมื่อผลอ่อนมีอายุระหว่าง 5-6 สัปดาห์ หลังดอกบาน และใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-50 เมื่อผลอ่อนมีอายุระหว่าง 7-8 สัปดาห์ หลังดอกบาน การใส่ ปุ๋ยทั้ง 2 สูตรในช่วงที่กำหนดนี้ จะช่วยเพิ่มขนาดผลเนื้อมีการพัฒนาได้ดี และสุกแก่ (เข้าสี) ได้เร็วขึ้น

การจัดการเสริมด้วยปุ๋ย “สูตรทางด่วน” ช่วยให้ผลอ่อนของทุเรียนเจริญเติบโตดี ผลแก่เร็ว มีคุณภาพสูง ควรฉีด “สูตรทางด่วน” ติดต่อกันทุกสัปดาห์จำนวน 5 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ผลทุเรียนมีอายุ 5 สัปดาห์หลังดอกบานเป็นต้นไป

การป้องกันการแตกใบอ่อน การป้องกันไม่ให้ทุเรียนแตกใบอ่อนในระหว่างพัฒนาการของผลอ่อนเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากมีการแตกใบอ่อนในช่วงนี้ ผลอ่อนจะไม่สามารถแข่งขันเพื่อแย่งอาหารสะสมกับใบอ่อนได้ ผลอ่อนที่กำลังพัฒนาก็จะหยุดชะงัก และเกิดผลกระทบในด้านคุณภาพของ ผลติดตามมา

การโยงผลทุเรียน วิธีการโยงผลทุเรียนที่ถูกต้องสามารถลดการร่วงของผล และกิ่งหักหรือกิ่งฉีกเนื่องจากลมแรงได้ การโยงผลทุเรียนต้องผูกเชือกโยงกับกิ่งทุเรียนให้เลยตำแหน่งเชื่อมต่อระหว่างขั้วผลกับกิ่งไปทางด้านปลายยอดของกิ่ง โดยพยายามสอดดึงเชือกโยงเหนือกิ่งทำมุมกว้างในแนวขนานกับกิ่งนั้น แล้วดึงปลายเชือกผูกรั้งกับต้นให้ตึงพอประมาณ สังเกตได้จากกิ่งนั้นยกระดับสูงขึ้นเล็กน้อย และสามารถเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างเป็นอิสระ เชือกโยงกิ่งหรือผลทุเรียนต้องเป็นวัสดุที่ทนทานต่อแรงดึงค่อนข้างสูง ควรใช้เชือกโยงหลายสีในกรณีที่มีผลทุเรียนหลายรุ่นในต้นเดียวกัน

การป้องกันกำจัดโรคและแมลง การป้องกันกำจัดโรคและแมลงในระหว่าง ที่ผลอ่อนกำลังพัฒนาเป็นสิ่งจำเป็น หากละเลยจะทำให้ปริมาณผลผลิตและคุณภาพของผลทุเรียนลดลง โรคและแมลงที่สำคัญ ได้แก่ โรคผลเน่า หนอนเจาะผล ไรแดง เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง และเพลี้ยหอย

รู้อย่างนี้แล้วรีบหาซื้อพันธุ์ทุเรียนไปปลูกนะครับ ซึ่งทางสวนเรามีพันธุ์ทุเรียนจำหน่ายทุกสายพันธุ์ครับ

พันธุ์เงาะ

เงาะเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นไม้ผลเมืองร้อน เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูง แต่ไม่มีน้ำท่วมขัง ควรเลือกแหล่งปลูกที่มีน้ำเพียงพอตลอดปี มีอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส เมื่อพันธุ์เงาะที่ปลูกมีอายุได้ 3-4
Fresh Red Rambutan fruit

สายพันธุ์ของเงาะที่ปลูกกันทั่วไป

Play Video

ข้อมูลพันธุ์เงาะ​

เงาะเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นไม้ผลเมืองร้อน เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูง แต่ไม่มีน้ำท่วมขัง ควรเลือกแหล่งปลูกที่มีน้ำเพียงพอตลอดปี มีอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส เมื่อพันธุ์เงาะที่ปลูกมีอายุได้ 3-4 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิต การปลูกเงาะควรเตรียมดินโดยการไถพรวน ปรับพื้นที่ให้เรียบ และขุดร่วงระบายน้ำในแปลง ต้นพันธุ์เงาะที่นำมาปลูกควรมีความสมบูรณ์ รากแข็งแรงไม่ขดหรืองอ ต้นพันธุ์มีทั้งการเพาะเล็ด การตอน การทาบกิ่ง หรือการติดตา

การเตรียมหลุมปลูกมีดังนี้ ขั้นตอนแรกขุดหลุมให้มีลักษณะ กว้างxยาวxลึก ประมาณ 50x50x50 ซม. ระยะห่างระหว่างการปลูกของแต่ละต้นประมาณ 6-8 เมตร ระหว่างแถวห่างประมาณ 8-10 เมตร แล้วนำกิ่งพันธุ์เงาะมาวางตรงกลางหลุมเล็กๆ ที่เตรียมไว้ แล้วจึงกลบดินให้สูงกว่าระดับเดิมประมาณไม่เกิน 1 นิ้ว ระวังอย่าให้สูงกว่ารอยแผลที่ติดตา และเพื่อป้องกันการล้มของต้นควรใช้ไม้เป็นหลักผูกยึดกิ่งเอาไว้ด้วย ควรให้น้ำ 7-10 วัน/ครั้ง อย่างสม่ำเสมอจนกว่าต้นจะตั้งตัวได้ และควรหาวัสดุคลุมโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นในดินให้คงอยู่ในช่วงฤดูแล้งด้วย ควรให้น้ำในปริมาณที่น้อยมากในช่วงที่ใกล้ออกดอกเพื่อป้องกันการแตกใบอ่อนขึ้น ในระยะแรกของการปลูกควรใส่ปุ๋ยในอัตรา 1:1:1 โดยใส่ประมาณ 1 กก./ต้น/ปี สำหรับต้นเงาะอายุ 1-2 ปี ให้ใส่ครั้งแรกตอนต้นฤดูฝน และครั้งที่ 2 ใส่ในช่วงปลายฤดูฝน และใส่ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์

ระยะก่อนออกดอก ควรให้ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือสูตร 9-24-24 ระยะติดผล ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือสูตร 16-16-16 และก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน ควรใส่ปุ๋ยสูตร 12-12-17-2 หรือ 13-13-21 หรือ 14-14-25 ระยะหลังการเก็บเกี่ยว ควรมีการตัดแต่งกิ่งโดยเร็วด้วยการตัดกิ่งที่ต่ำในระดับดิน กิ่งเป็นโรค กิ่งแห้งตาย กิ่งใบทรงพุ่มที่ไม่ได้รับแสงแดด และก้านผลที่เหลือค้างออกให้หมด และเพื่อให้มีการแยกยอดใหม่ที่ดีควรตัดให้ลึกเข้าไปประมาณ 1 คืบ แล้วใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตรา 1:1:1 ต้นละ 2-3 กก. และปุ๋ยอินทรีย์ 2-3 ปี๊บ และเพื่อป้องกันการชะล้างปุ๋ยจากน้ำฝน ควรใส่ปุ๋ยเป็นหลุมๆ รอบทรงพุ่มของต้นและก่อนใส่ปุ๋ยทุกครั้งควรมีการกำจัดวัชพืชออกด้วยวิธีการใช้รถตัดหญ้าหรือใช้สารเคมีควบคุมก็ได้ เมื่อเงาะมีอายุได้ 3-4 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิต

Play Video

พันธุ์มะกรูด

ปลูกมะกรูดต้องใช้พันธุ์มะกรูดคุณภาพดี ขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด อายุยืน โตเร็ว ทนโรค ปลูก 2-4 เดือนสามารถตัดใบได้

พันธุ์มะกรูดที่นิยมปลูกได้แก่

ข้อมูลพันธุ์มะกรูด

มะกรูดถือเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย ส่วนต่างของมะกรูดสามารถใช้ประโยชน์ได้หมด ไม่ว่า ใบมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหย และใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร ผลมะกรูดใช้แต่งกลิ่น สระผม ผิวจากลูก บำรุงเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้แน่น เป็นต้น โดย สายพันธุ์มะกรูดแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก คือสายพันธุ์ที่ให้ผลมะกรูดดกตลอดปี ผิวผลค่อนข้างเรียบ และผลมีขนาดเล็ก อีกสายพันธุ์หนึ่งเป็นพันธุ์ผลใหญ่ และติดผลเป็นพวง

การปลูกมะกรูดต้องใช้พันธุ์มะกรูดคุณภาพดี ขยายพันธุ์มะกรูดโดยการเสียบยอด อายุยืน โตเร็ว ทนโรค ปลูก 2-4 เดือนสามารถตัดใบได้ สำหรับการปลูกมะกรูดเพื่อเป็นการค้านั้น ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกโดยการยกร่อง มีความกว้างของแปลง 1 เมตร ยกระดับความสูงของแปลง ประมาณ 20-25 เซนติเมตร ความห่างระหว่างจุดกึ่งกลางของแปลง 1.5 เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร โดยใช้วิธีปลูกแบบสลับฟันปลา

ฤดูการปลูกที่เหมาะสมสำหรับการปลูกมะกรูดคือช่วงฤดูหนาว หากปลูกในช่วงฤดูฝนอาจประสบกับปัญหาโรคราต่างๆได้ เนื่องจากหน้าฝนจะมีความชื้นสูง หากในกรณีที่จะมีการตัดใบขายทุกๆ 3 เดือนเกษตรกรที่ปลูกมะกรูดขายเป็นอาชีพควรจะต้องมีสภาพแหล่งน้ำที่สมบูรณ์การเลือกพันธุ์มะกรูดจึงมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ โดยพื้นที่ปลูก 1 ไร่ สามารถปลูกมะกรูดได้ 400 ต้น โดยใช้พื้นที่ปลูก 2×2 เมตร หลังจากการปลูกต้นมะกรูด 1 เดือน ต้นมะกรูดจะตั้งตัวขึ้น แนะนำให้มีการใช้ปุ๋ยยูเรียผสมกับปุ๋ยคอกใส่ให้ห่างจากโคนของลำต้นประมาณ 1 คืบ การใส่ปุ๋ยสามารถกระตุ้นการแตกยอดของต้นพันธุ์มะกรูด

พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม

ปลูกมะพร้าวน้ำหอมต้องเลือกพันธุ์ที่ดี ลูกดก ทนโรค ปลูกแล้วติดลูกเร็ว มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ที่นิยมปลูกปัจจุบันนี้ปลูกเพียง 3-4 ปีก็สามารถเก็บลูกขายได้

สายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม มี ดังนี้

สายพันธุ์มะม่วง

ปลูกมะม่วงควรเลือกมะม่วงสายพุนธุ์ดี ตลาดนิยม ขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่งหรือเสียบยอดเนื่องจากมีรากแก้ว ต้นจะแข็งแรง โตเร็ว ติดผลดก อายุยืน ปลูกเพียง 2-3 ปี สามารถเก็บลูกขายได้ มะม่วงปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย

สายพันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูกเป็นการค้าได้แก่

ข้อมูลพันธุ์มะม่วง

มะม่วง ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ได้ราคาดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในไทยและต่างประเทศ มะม่วงควรปลูกตอนต้นฤดูฝน หรือในประมาณเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม เพื่อให้มะม่วงตั้งตัวได้เร็วขึ้น เนื่องจากในฤดูฝนอากาศมีความชุ่มชื้นดี ทำให้มะม่วงตั้งตัวได้เร็ว และเป็นการสะดวกไม่ต้องรดน้ำในระยะแรก หลังจากที่ได้ปลูกมะม่วงกันไปแล้วก็ควรศึกษาในเรื่อง การดูแลมะม่วง, โรคของมะม่วง, แมลงศัตรูมะม่วง, การเก็บเกี่ยวผลมะม่วงและถ้าจะต่อยอดทางธุรกิจให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

มะม่วง ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ได้ราคาดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในไทยและต่างประเทศ มะม่วงควรปลูกตอนต้นฤดูฝน หรือในประมาณเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม เพื่อให้มะม่วงตั้งตัวได้เร็วขึ้น เนื่องจากในฤดูฝนอากาศมีความชุ่มชื้นดี ทำให้มะม่วงตั้งตัวได้เร็ว และเป็นการสะดวกไม่ต้องรดน้ำในระยะแรก หลังจากที่ได้ปลูกมะม่วงกันไปแล้วก็ควรศึกษาในเรื่อง การดูแลมะม่วง, โรคของมะม่วง, แมลงศัตรูมะม่วง, การเก็บเกี่ยวผลมะม่วงและถ้าจะต่อยอดทางธุรกิจให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

การเลือกต้นพันธุ์มะม่วงมีหลายปัจจัยที่สำคัญการเลือกพันธุ์มะม่วงควรเป็นพันธุ์ที่คัดเลือกจากสวนหรือแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้ ต้นพันธุ์ได้จากการขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ เช่น การทาบกิ่ง การเปลี่ยนยอด เป็นต้น ต้นมีความสูงมากกว่า 60 เซนติเมตร มีระบบรากแข็งแรงไม่ขดหรืองอ ปลูกมะม่วงควรเลือกพันธุ์มะม่วงสายพันธุ์ดี ตลาดนิยม ขยายพันธุ์มะม่วงโดยการทาบกิ่งหรือพันธุ์มะม่วงเสียบยอดเนื่องจากมีรากแก้ว ต้นจะแข็งแรง โตเร็ว ติดผลดก อายุยืน ปลูกเพียง 2-3 ปี สามารถเก็บลูกขายได้ มะม่วงปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย

ขั้นตอนการปลูกมะม่วงไม่ว่าจะปลูกด้วยกิ่งตอน กิ่งทาบ หรือต้นที่เพาะเมล็ดก็ตาม ต้องทำด้วยความระมัดระวัง อย่าให้รากขาดมาก เพราะจะทำให้ต้นชะงักการเติบโตหรือตายได้ เริ่มต้นขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร กรณีพื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำควรขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และใช้วัสดุปรับปรุงดินเพิ่มมากขึ้น วัสดุปรับปรุงดินที่ใช้กับหลุมขนาดปกติ ประกอบด้วยหินฟอสเฟต 0.5 กิโลกรัม ปุ๋ยอินทรีย์ 5-10 กิโลกรัม ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตรา 200-300 กรัม คลุกเคล้ากับดิน นำมะม่วงออกจากถุงแล้วปลูกมะม่วงลงกลาง หลุม ปักหลักยึดต้นกันการโยกคลอน แล้วใช้มีดกรีดเอาพลาสติกบริเวณรอยต่อระหว่างยอดพันธุ์กับต้นตอออก สำหรับในแหล่งปลูกที่มีลมแรงควรปลูกไม้บังลมเป็นแถว หรือเป็นแนวขวางทิศทางลมล่วงหน้าหรือปลูกพร้อมๆ กับ การปลูกมะม่วง เช่น สะเดา หรือไผ่ เป็นต้น มะม่วงมักควรปลูก ต้นฤดูฝนเหมาะสมที่สุด มะม่วงที่ปลูกจะมีการเจริญเติบโต และตั้งตัวได้ก่อนถึงฤดูแล้ง แต่ถ้าหากมีระบบการให้น้ำก็ สามารถปลูกมะม่วงได้ทุกฤดูกาล

พันธุ์ทุเรียน

ปลูกทุเรียนต้องใช้พันธุ์ทุเรียนที่คุณภาพดี สายพันธุ์ทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ปลูกทุเรียน 4-5 ปีออกผลผลิต ได้กิน ได้ขาย

พันธุ์ทุเรียนที่นิยมปลูกได้แก่

Durian in the market Thailand

ข้อมูลพันธุ์ทุเรียน

ทุเรียนที่คุณภาพดี สายพันธุ์ทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ปลูกทุเรียน 3-4 ปีออกผลผลิต ได้กิน ได้ขาย

*** ราคากิ่งพันธุ์ เริ่มต้น 40 บาท กิ่งพันธุ์ทุเรียนทางสวนเราเป็นแบบกิ่งเสียบยอด ความสูง 60-90 ซม. ใช้ตอจากต้นทุเรียนป่าเป็นต้นแม่ วิธีการผลิตกิ่งพันธุ์เริ่มจากการหาเมล็ดจากทุเรียนป่าพันธุ์ดีที่ลูกดก รสชาติหวานหอม กรอบ อร่อย ไม่ฝาด ไม่ชม แล้วนำเมล็ดมาเพาะเพื่อให้เป็นต้นกล้าใช้เวลา 5-6 เดือน พอต้นตอป่าได้ขนาดดีแล้ว จึงทำต้นตอป่าที่ได้มาเสียบยอดกับพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีที่เราต้องซึ่งการ ซึ่งการขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยวิธีนี้ทำให้เราได้ทุเรียนตรงตามสายพันธุ์ทุเรียนที่เราต้องการไม่กลายพันธุ์เหมือนการปลูกทุเรียนด้วยการเพาะเมล็ด ต้นทนต่อต่อโรค ใช้เวลา 3-4 ปี เท่านั้นก็สามารถเก็บลูกทุเรียนขายได้ ปลูกทุเรียนด้วยกิ่งเสียบยอดต้นตอเป็นทุเรียนป่าในการปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บลูกขายได้ 40-50 ปี โดยที่ผู้ปลูกพุทราไม่ต้องเสียเงินซื้อพันธุ์ทุเรียนมาปลูกใหม่ เรียกได้ว่าการปลูกพุทราเพียงครั้งเดียวสามารถยกเป็นมรดกให้ลูกให้หลานได้กันเลยทีเดียว หากรู้แล้วว่าการปลูกทุเรียนดีขนาดนี้แล้ว เรามารู้จักกับสายพันธุ์ทุเรียนกันเลย

Play Video

วิธีปลูกทุเรียน

วันนี้ทางสวนเราจะมาแนะนำการปลูกทุเรียนแบบง่ายๆ แต่ได้ผลผลิตดี ให้ทุกท่านได้ทราบ เริ่มการวิเคราะห์พื้นที่ ที่จะปลูก ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทุกทานทราบก่อนว่าทุเรียนโตได้ดีในทุกสภาพดินชอบแบบอากาศแล้งๆ แต่ต้องมีน้ำรดต้นพันธุ์ทุเรียนในช่วงปลูกแรกๆ แต่การปลูกทุเรียนนั้นต้องปลูกในพื้นที่ที่น้ำไม่ขัง เริ่มจากการไถพรวนหน้าดินหรือไถกลบหญ้า แล้วไถยกร่องขึ้นสูงประมาณหัวเข่า ให้ระยะห่างแถว 6 เมตร ห่างต้น 6 เมตร หรือ พูดง่ายๆ คือปลูกแบบ 6 x 6 เมตร นั้นเอง แล้วขุดหลุมไม่ต้องใหญ่มาก เอากว้าง 20 ซม. ลึก 20 ซม. ปลูกตื้นๆเสมอแค่ปากถุง อย่าพึ่งใส่ปุ๋ยเดี๋ยวดินจะเค็มเกินทำให้ต้นพันธุ์ทุเรียนที่ปลูกอาจจะตายได้ จากนั้นนำพันธุ์ทุเรียนที่เราเตรียมไว้แล้วลงปลูกก่อนเอาต้นพันธุ์ทุเรียนลงหลุมให้เราสังเกตดูว่ามีแขนงจากต้นทุเรียนป่าที่เป็นต้นแม่โผล่ขึ้นมาหรือไม่ หากมีต้องตัดทิ้งก่อนที่จะนำพันธุ์ทุเรียนลงหลุมปลูก

ในช่วง 1-7 วันแรกผู้ปลูกทุเรียนต้องรดน้ำทุกวันเพื่อให้รากเดินดี หลังจากนั้นสามารถรดน้ำวันเว้นวันก็ได้ พอทุเรียนเริ่มโตเรา ทุก 30 วัน จะใส่ปุ๋ยสูตรสูตรเสมอ ใช้สูตร 15 15 15 หรือ 16 16 16 ก็ได้ หว่านไปรอบๆโคนต้น แนะนำให้ห่างจากโคลนต้นออกมาสัก 30 ชม ห้ามใส่ปุ๋ยโดยวางไว้ตรงโคลนต้นเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ต้นพันธุ์ทุเรียนที่ปลูกตายได้ หลังจากปลูกพุทราได้ 3 ปี ต้นจะโตสูงประมาน 4-5 เมตร เริ่มติดดอก ในระยะนี้เราต้องใส่ปุ๋ยให้มากขึ้นกว่าปกติ สามารถหว่านรอบทรงพุ่ม 3-4 กำมือได้เลย จะเริ่มติดลูก ในระยะนี้เราควรฉีดพ่นยาเพื่อกำจัดแมลงวันทอง เช่น ไซเปอร์เมททิน ทุก 15 วัน อัตราส่วน น้ำ 20 ลิตร ต่อยา 30 ชีชี หากเรามีฮอร์โมนหรือปุ๋ยทางใบสามารถผสมเพื่อฉีดพ่นไปพร้อมๆกันได้เลย เราจะจะทำแบบนี้ตลอดการเก็บลูก ซึ่งเราจะทำแบบตลอดฤดูกาลเก็บลูก ซึ่งปกติพุทราจะเก็บได้ 5 เดือน คือตั้งแต่เดือน เมย. ไปจนถึงต้นเดือน ตค. ลูกที่เก็บได้นั้นต้องแก่จัด วันนี้ทางสวนเรา มีวิธีเพิ่มผลผลิตโดยละเอียดมาฝาก คือ

หลักการสำคัญคือการจัดการให้ผลอ่อน มีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการชะงัก หรือชะลอการพัฒนาอันเนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ เช่น การส่งธาตุอาหารในรูปของสารประกอบคาร์โบไฮเดรตจากแหล่งผลิตในต้นไปเลี้ยงผลอ่อนไม่เพียงพอ การขาดน้ำ หรือสาเหตุอื่นๆ โดยใช้วิธีการดังต่อไปนี้

การตัดแต่งผล ต้องทำอย่างน้อย 3 ครั้ง เริ่มจากตัดแต่งผลอ่อนที่มีรูปทรงบิดเบี้ยว ขนาดเล็ก หรือต่างรุ่นออก เหลือแต่ผลอ่อนที่มีลักษณะรูปทรงสมบูรณ์ ขั้วผล ใหญ่ การตัดแต่งผลอ่อนครั้งแรก ต้องทำให้ เสร็จภายในสัปดาห์ที่ หลังดอกบาน 4โดยปริมาณผลที่เก็บไว้ควรมีมากกว่าจำนวนผลที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณร้อยละ 20

การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยให้เหมาะสมสอดคล้องกับช่วงพัฒนาการของผลจะช่วยเพิ่ม ผลผลิตและเพิ่มคุณภาพได้ ช่วงแรกใส่ปุ๋ยสูตร 12-12-17+2 เมื่อผลอ่อนมีอายุระหว่าง 5-6 สัปดาห์ หลังดอกบาน และใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-50 เมื่อผลอ่อนมีอายุระหว่าง 7-8 สัปดาห์ หลังดอกบาน การใส่ ปุ๋ยทั้ง 2 สูตรในช่วงที่กำหนดนี้ จะช่วยเพิ่มขนาดผลเนื้อมีการพัฒนาได้ดี และสุกแก่ (เข้าสี) ได้เร็วขึ้น

การจัดการเสริมด้วยปุ๋ย “สูตรทางด่วน” ช่วยให้ผลอ่อนของทุเรียนเจริญเติบโตดี ผลแก่เร็ว มีคุณภาพสูง ควรฉีด “สูตรทางด่วน” ติดต่อกันทุกสัปดาห์จำนวน 5 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ผลทุเรียนมีอายุ 5 สัปดาห์หลังดอกบานเป็นต้นไป

การป้องกันการแตกใบอ่อน การป้องกันไม่ให้ทุเรียนแตกใบอ่อนในระหว่างพัฒนาการของผลอ่อนเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากมีการแตกใบอ่อนในช่วงนี้ ผลอ่อนจะไม่สามารถแข่งขันเพื่อแย่งอาหารสะสมกับใบอ่อนได้ ผลอ่อนที่กำลังพัฒนาก็จะหยุดชะงัก และเกิดผลกระทบในด้านคุณภาพของ ผลติดตามมา

การโยงผลทุเรียน วิธีการโยงผลทุเรียนที่ถูกต้องสามารถลดการร่วงของผล และกิ่งหักหรือกิ่งฉีกเนื่องจากลมแรงได้ การโยงผลทุเรียนต้องผูกเชือกโยงกับกิ่งทุเรียนให้เลยตำแหน่งเชื่อมต่อระหว่างขั้วผลกับกิ่งไปทางด้านปลายยอดของกิ่ง โดยพยายามสอดดึงเชือกโยงเหนือกิ่งทำมุมกว้างในแนวขนานกับกิ่งนั้น แล้วดึงปลายเชือกผูกรั้งกับต้นให้ตึงพอประมาณ สังเกตได้จากกิ่งนั้นยกระดับสูงขึ้นเล็กน้อย และสามารถเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างเป็นอิสระ เชือกโยงกิ่งหรือผลทุเรียนต้องเป็นวัสดุที่ทนทานต่อแรงดึงค่อนข้างสูง ควรใช้เชือกโยงหลายสีในกรณีที่มีผลทุเรียนหลายรุ่นในต้นเดียวกัน

การป้องกันกำจัดโรคและแมลง การป้องกันกำจัดโรคและแมลงในระหว่าง ที่ผลอ่อนกำลังพัฒนาเป็นสิ่งจำเป็น หากละเลยจะทำให้ปริมาณผลผลิตและคุณภาพของผลทุเรียนลดลง โรคและแมลงที่สำคัญ ได้แก่ โรคผลเน่า หนอนเจาะผล ไรแดง เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง และเพลี้ยหอย

รู้อย่างนี้แล้วรีบหาซื้อพันธุ์ทุเรียนไปปลูกนะครับ ซึ่งทางสวนเรามีพันธุ์ทุเรียนจำหน่ายทุกสายพันธุ์ครับ

พันธุ์เงาะ

เงาะเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นไม้ผลเมืองร้อน เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูง แต่ไม่มีน้ำท่วมขัง ควรเลือกแหล่งปลูกที่มีน้ำเพียงพอตลอดปี มีอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส เมื่อพันธุ์เงาะที่ปลูกมีอายุได้ 3-4
Fresh Red Rambutan fruit

สายพันธุ์ของเงาะที่ปลูกกันทั่วไป

Play Video

ข้อมูลพันธุ์เงาะ

เงาะเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นไม้ผลเมืองร้อน เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูง แต่ไม่มีน้ำท่วมขัง ควรเลือกแหล่งปลูกที่มีน้ำเพียงพอตลอดปี มีอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส เมื่อพันธุ์เงาะที่ปลูกมีอายุได้ 3-4 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิต การปลูกเงาะควรเตรียมดินโดยการไถพรวน ปรับพื้นที่ให้เรียบ และขุดร่วงระบายน้ำในแปลง ต้นพันธุ์เงาะที่นำมาปลูกควรมีความสมบูรณ์ รากแข็งแรงไม่ขดหรืองอ ต้นพันธุ์มีทั้งการเพาะเล็ด การตอน การทาบกิ่ง หรือการติดตา

การเตรียมหลุมปลูกมีดังนี้ ขั้นตอนแรกขุดหลุมให้มีลักษณะ กว้างxยาวxลึก ประมาณ 50x50x50 ซม. ระยะห่างระหว่างการปลูกของแต่ละต้นประมาณ 6-8 เมตร ระหว่างแถวห่างประมาณ 8-10 เมตร แล้วนำกิ่งพันธุ์เงาะมาวางตรงกลางหลุมเล็กๆ ที่เตรียมไว้ แล้วจึงกลบดินให้สูงกว่าระดับเดิมประมาณไม่เกิน 1 นิ้ว ระวังอย่าให้สูงกว่ารอยแผลที่ติดตา และเพื่อป้องกันการล้มของต้นควรใช้ไม้เป็นหลักผูกยึดกิ่งเอาไว้ด้วย ควรให้น้ำ 7-10 วัน/ครั้ง อย่างสม่ำเสมอจนกว่าต้นจะตั้งตัวได้ และควรหาวัสดุคลุมโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นในดินให้คงอยู่ในช่วงฤดูแล้งด้วย ควรให้น้ำในปริมาณที่น้อยมากในช่วงที่ใกล้ออกดอกเพื่อป้องกันการแตกใบอ่อนขึ้น ในระยะแรกของการปลูกควรใส่ปุ๋ยในอัตรา 1:1:1 โดยใส่ประมาณ 1 กก./ต้น/ปี สำหรับต้นเงาะอายุ 1-2 ปี ให้ใส่ครั้งแรกตอนต้นฤดูฝน และครั้งที่ 2 ใส่ในช่วงปลายฤดูฝน และใส่ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์

ระยะก่อนออกดอก ควรให้ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือสูตร 9-24-24 ระยะติดผล ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือสูตร 16-16-16 และก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน ควรใส่ปุ๋ยสูตร 12-12-17-2 หรือ 13-13-21 หรือ 14-14-25 ระยะหลังการเก็บเกี่ยว ควรมีการตัดแต่งกิ่งโดยเร็วด้วยการตัดกิ่งที่ต่ำในระดับดิน กิ่งเป็นโรค กิ่งแห้งตาย กิ่งใบทรงพุ่มที่ไม่ได้รับแสงแดด และก้านผลที่เหลือค้างออกให้หมด และเพื่อให้มีการแยกยอดใหม่ที่ดีควรตัดให้ลึกเข้าไปประมาณ 1 คืบ แล้วใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตรา 1:1:1 ต้นละ 2-3 กก. และปุ๋ยอินทรีย์ 2-3 ปี๊บ และเพื่อป้องกันการชะล้างปุ๋ยจากน้ำฝน ควรใส่ปุ๋ยเป็นหลุมๆ รอบทรงพุ่มของต้นและก่อนใส่ปุ๋ยทุกครั้งควรมีการกำจัดวัชพืชออกด้วยวิธีการใช้รถตัดหญ้าหรือใช้สารเคมีควบคุมก็ได้ เมื่อเงาะมีอายุได้ 3-4 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิต

พันธุ์มะกรูด

ปลูกมะกรูดต้องใช้พันธุ์มะกรูดคุณภาพดี ขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด อายุยืน โตเร็ว ทนโรค ปลูก 2-4 เดือนสามารถตัดใบได้

พันธุ์มะกรูดที่นิยมปลูกได้แก่

bergamot kaffir lime on wooden table
Play Video

ข้อมูลพันธุ์มะกรูด

มะกรูดถือเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย ส่วนต่างของมะกรูดสามารถใช้ประโยชน์ได้หมด ไม่ว่า ใบมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหย และใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร ผลมะกรูดใช้แต่งกลิ่น สระผม ผิวจากลูก บำรุงเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้แน่น เป็นต้น โดย สายพันธุ์มะกรูดแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก คือสายพันธุ์ที่ให้ผลมะกรูดดกตลอดปี ผิวผลค่อนข้างเรียบ และผลมีขนาดเล็ก อีกสายพันธุ์หนึ่งเป็นพันธุ์ผลใหญ่ และติดผลเป็นพวง

การปลูกมะกรูดต้องใช้พันธุ์มะกรูดคุณภาพดี ขยายพันธุ์มะกรูดโดยการเสียบยอด อายุยืน โตเร็ว ทนโรค ปลูก 2-4 เดือนสามารถตัดใบได้ สำหรับการปลูกมะกรูดเพื่อเป็นการค้านั้น ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกโดยการยกร่อง มีความกว้างของแปลง 1 เมตร ยกระดับความสูงของแปลง ประมาณ 20-25 เซนติเมตร ความห่างระหว่างจุดกึ่งกลางของแปลง 1.5 เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร โดยใช้วิธีปลูกแบบสลับฟันปลา

ฤดูการปลูกที่เหมาะสมสำหรับการปลูกมะกรูดคือช่วงฤดูหนาว หากปลูกในช่วงฤดูฝนอาจประสบกับปัญหาโรคราต่างๆได้ เนื่องจากหน้าฝนจะมีความชื้นสูง หากในกรณีที่จะมีการตัดใบขายทุกๆ 3 เดือนเกษตรกรที่ปลูกมะกรูดขายเป็นอาชีพควรจะต้องมีสภาพแหล่งน้ำที่สมบูรณ์การเลือกพันธุ์มะกรูดจึงมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ โดยพื้นที่ปลูก 1 ไร่ สามารถปลูกมะกรูดได้ 400 ต้น โดยใช้พื้นที่ปลูก 2×2 เมตร หลังจากการปลูกต้นมะกรูด 1 เดือน ต้นมะกรูดจะตั้งตัวขึ้น แนะนำให้มีการใช้ปุ๋ยยูเรียผสมกับปุ๋ยคอกใส่ให้ห่างจากโคนของลำต้นประมาณ 1 คืบ การใส่ปุ๋ยสามารถกระตุ้นการแตกยอดของต้นพันธุ์มะกรูด

พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม

ปลูกมะพร้าวน้ำหอมต้องเลือกพันธุ์ที่ดี ลูกดก ทนโรค ปลูกแล้วติดลูกเร็ว มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ที่นิยมปลูกปัจจุบันนี้ปลูกเพียง 3-4 ปีก็สามารถเก็บลูกขายได้

สายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม มี ดังนี้